หัวใจ-เส้นเลือด | CARDIO-VASCULAR



อย. 11-1-06353-1-0006

เมล็ดองุ่นสกัด

รูปแบบ:
250 มก./เม็ด
รับประทานต่อวัน: 1 เม็ดพร้อมอาหาร, วันละ 1 ครั้ง

ปริมาณส่วนประสม ที่รับประทานต่อวัน:
- เมล็ดองุ่น 2400 มก. (โปรแอนโทไซยานิดีน 57 มก.)
- ไวตามินซี 60 มก. 
 
 
 




 

 

 

 

 




 

จากผลการรายงานศึกษาของเมล็ดองุ่นพบว่า

สารโอลิโกเมอริค โปรแอนโทไซยานิดีน (oligomeric proanthocyanidins - OPC) เป็นสารออกฤทธิ์หลักที่พบในเมล็ดองุ่น และอาจพบได้ในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติส่วนใหญ่บางชนิดที่เพิ่งมีการค้นพบในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สารนี้เป็นสารประกอบที่อุดมไปด้วย สารเฟลโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งถือเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ (Antioxidants) ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด (สารต้านอนุมูลอิสระ) ที่พบได้ในธรรมชาติ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอนุมูลอิสระนั้นมักจะมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมเรื้อรังเกือบทุกโรค เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด โรคข้ออักเสบ (Arthritis) ภาวะคลอเรสเตอรอลในเซลล์และเลือดมีปริมาณมากผิดปกติ (Hypercholesterolemia) และโรคมะเร็ง สาร OPC ที่อยู่ในเมล็ดองุ่นนั้น
จะมีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินอีประมาณ 2 เท่าตัวและมีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซีประมาณ 4 เท่าตัว คุณสมบัติของสาร OPC เหล่านี้ได้แก่ความสามารถในการป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส สารก่อมะเร็ง ยับยั้งการอักเสบและการแพ้ และตลอดจนมีคุณสมบัติ Vasodilatory นอกจากนี้ ยังพบว่าสารนี้สามารถยับยั้งการเกิด Lipid Peroxidation การจับตัวเป็นก้อนของเกล็ดเลือด (Platelet Aggregation) การที่หลอดเลือดยอมให้ของเหลวซึมผ่านได้ และยับยั้งการเปราะของหลอดเลือด ตลอดจนพบว่ามีฤทธิ์ต่อระบบเอนไซม์ต่างๆ เช่น เอนไซม์  Phospholipase A2, Xanthine Oxidase, Cyclooxygenase, และ Lipoxygenase สาร OPC นี้มีความเกี่ยวข้องกับคำว่า “French Paradox” กล่าวคือ ในประเทศฝรั่งเศส การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อที่ประกอบด้วยไขมันจำนวนมากนั้นมิได้มีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของโรคท่อเลือดแดงและหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) และโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ (Cardiovascular Diseases)
สารโอลิโกเมอริค โปรแอนโทไซยานิดีน สามารถช่วยให้โครงสร้างของ คอลลาเจน (Collagen) มีความสมบูรณ์แข็งแรงและยับยั้งการเกิดความเสียหายของ คอลลาเจน ตลอดจนเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผนังหลอดเลือด (Capillary Walls) และเส้นเลือดอื่นๆ ความสมบูรณ์แข็งแรงของ คอลลาเจน นี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพอย่างมากเนื่องจากจะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงสามารถซึมผ่านเข้าไปยังระบบ Microcapillary และช่วยป้องกันมิให้มีของเหลวรั่วออกไปจาก Microvasculature ด้วย นอกจากนี้ สาร OPC ยังช่วยป้องกันอันตรายให้แก่สาร 1-antitripsin ซึ่งเป็นสารเคมีที่ป้องกันดูแลเอนไซม์ต่างๆ มิให้ทำอันตรายแก่ คอลลาเจน, Elastin และกรด Hyaluronic Acid และยังช่วยป้องกันมิให้สารเหล่านี้ทำความเสียหายแก่เอนไซม์อีกด้วย สาร OPC นี้สามารถช่วยลดภาวะบวมน้ำ (Edema) ได้อันเกิดจากคุณสมบัติของสารในการทำให้ผนังหลอดเลือด (Capillary Walls) มีความสมบูรณ์สม่ำเสมอ
และป้องกันมิให้รูของหลอดเลือดมีอัตราความสามารถ ในการซึมผ่านของของเหลวได้มากขึ้น ผู้ที่ได้รับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (วันละ 300 มก.) พบว่ามีการลดลงของอาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหลอดเลือดดำ (Venous Insufficiency) ถึง 75% เมื่อผู้ป่วยได้รับสาร OPC นั้นจะทำให้ผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดดำขอด (Varicosity) มีเส้นเลือดที่สมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้สูงอายุที่มีความต้านทานของหลอดเลือดต่ำ (Low Capillary Resistance) ทั้งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและเกิดขึ้นจากฤทธิ์ของยานั้น เมื่อได้รับการรักษาโดยการรับประทานสาร OPC ทุกวันๆละ 150 มก. เป็นเวลาสองสัปดาห์ พบว่า ผู้ป่วยดังกล่าวจะมีความต้านทานของหลอดเลือดที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน (53% จากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทั้งหมด)
สารโอลิโกเมอริค โปรแอนโทไซยานิดีน ที่สกัดได้จากเมล็ดองุ่นนั้นมีฤทธิ์ในการยับยั้ง PAF ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับฤทธิ์ของ Aspirin สาร OPC ที่สกัดได้จากเมล็ดองุ่นนี้สามารถทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเนื้อเยื่อเซลล์ (Cell Membranes) อันเกิดจากปฏิกิริยา Lipid Peroxidation กลับมามีสภาพสมบูรณ์เป็นปกติเนื่องจากสารนี้มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น ซึ่งความเสียหายดังกล่าวนี้รวมทั้งความเสียหายจากปฏิกิริยา Lipid Peroxidation ที่เกิดขึ้นจาก Hydroxyl, Lipid Peroxides และเหล็ก (Iron) ฤทธิ์ดังกล่าวนี้อาจมีประโยชน์ในการป้องกันอันตรายจากระดับคลอเรสเตอร์รอลที่สูง ทั้งนี้ จากการศึกษาในห้องทดลองหนึ่งพบว่าสาร OPC ที่สกัดได้จากเมล็ดองุ่น หนึ่งครั้ง นั้น (100-150 มก.) สามารถเพิ่มคุณสมบัติในการต้านทาน Oxidative Stress ของพลาสมาของเลือดได้ (Blood Plasma) สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทาน Oxidative Modification ของ LDL (Low Density Lipoprotein) ได้ รวมทั้งทำให้ปฏิกิริยา Oxidation ของ Lipoprotein ความหนาแน่นต่ำ (Low Density Lipoprotein) เกิดขึ้นช้าลงอีกด้วย

ประโยชน์อื่นๆ ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น
สารโอลิโกเมอริค โปรแอนโทไซยานิดีน มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถในการมองเห็นภาพหลังจากมองแสงจ้า ตลอดจนการปรับสายตา ในการทดลองหนึ่ง ได้มีการให้สาร OPC จากเมล็ดองุ่นแก่บุคคลจำนวน 147 คนที่มีปัญหาโรคจอตาเสื่อม (Retinopathy) โดยให้ทุกวัน (วันละ 100 มก.) ผลการทดลองพบว่าการได้รับสารดังกล่าวสามารถรักษาภาวะเลือดซึม (Exudations) ระดับสองและภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ (Hypoxia) ได้สำเร็จ สาร Matrix Metalloproteinases (MMP) ซึ่งคือโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญใน Matrix Turnover นอกเซลล์ (Extracellular) นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในโรคต่างๆ เกี่ยวกับสายตา เช่น Glaucoma (โรคตาแข็ง), Diabetic Retinopathy (โรคจอตาสาเหตุจากเบาหวาน), Macula Degeneration (การเสื่อมของการโฟกัสภาพ), Vitreous Degeneration (การเสื่อมของแก้วตา), และ Corneal Stroma Ulceration (การเกิดแผลเปื่อยที่คอร์เนีย) สาร OPC จากเมล็ดองุ่นนี้สามารถยับยั้งกิจกรรมเกี่ยวกับ คอลลาเจน ประเภทที่สามดังกล่าวนี้และอาจมีประโยชน์ในการลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อโครงสร้างของสายตาด้วย
เมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ มีการรายงานว่าสาร OPC จากเมล็ดองุ่นเป็นสารที่มีพิษ (Cytotoxic) ต่อเซลล์มะเร็งบางประเภท เช่น เซลล์มะเร็งทรวงอกในมนุษย์ MCF-7, เซลล์มะเร็งปอดในมนุษย์ A-427 และเซลล์มะเร็งต่อมกระเพาะอาหาร (Gastric Adenocarcinoma) ในมนุษย์ CRL-1739 นอกจากนี้ สารสกัดจากเมล็ดองุ่นนี้ยังทำให้เกิดการเจริญเติบโตและการมีชีวิตอยู่ต่อไปของเซลล์เนื้อเยื่อเมือกในกระเพาะอาหาร (Gastric Mucosal) ในมนุษย์แบบปกติและเซลล์กลืนกินของหนู (Murine Macrophage) สาร OPC จากเมล็ดองุ่นมีคุณสมบัติในการ Radioprotective (ป้องกันรังสี) กล่าวคือช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการได้รับรังสี สาร OPCจากเมล็ดองุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการลดความเสียหายจากสารที่เกี่ยวข้องกับเคมีบำบัด (Chemotherapeutic Agents ซึ่งได้แก่ Idarubicin และ Cyclophosphamide) ที่เกิดขึ้นต่อเซลล์ตับ (Chang Liver Cell) และอาจมีประโยชน์ในการป้องกันพิษของสารเหล่านี้ในบุคคลที่อยู่ในระหว่างการบำบัดรักษาโรคมะเร็งด้วย สาร OPC จากเมล็ดองุ่นนี้ยังมีฤทธิ์ Hepatoprotective บรรเทาความเจ็บปวด (Acetaminophen) ช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเซลล์ตับ (Hepatocytes) และลดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบริเวณตับ
มีการรายงานว่าสารโอลิโกเมอริค โปรแอนโทไซยานิดีน นี้สามารถยับยั้งการเสื่อมของ Mast Cells และสามารถป้องกัน  มิให้เกิดการปลดปล่อยสารที่ทำให้เกิดการอักเสบในภายหลัง เช่น สาร Histamine และ Prostaglandins ดังนั้น ก็อาจจะมีประโยชน์ในการช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับภาวะแพ้และไซนัส (Sinus) ได้ นอกจากนี้ สาร OPC นี้ยังสามารถยับยั้งการเกิดเอนไซม์ Xanthine Oxidase ซึ่งเป็นสาหลักที่ทำหน้าที่สร้างอนมูลอิสระออกมา

External links:

เมล็ดองุ่น
Wikipedia, the free encyclopedia: http://en.wikipedia.org/wiki/Grape_seed_extract
University of Maryland Medical Center (UMMC): http://www.umm.edu/altmed/articles/grape-seed-000254.htm
Drugs.com: http://www.drugs.com/mtm/grape-seed.html
National Institutes of Health, Maryland, USA: http://nccam.nih.gov/health/grapeseed/
Remedium: http://health.learninginfo.org/grape-seed-extract.htm
Medical News Today: http://www.medicalnewstoday.com/articles/54174.php
Healing Daily: http://www.healingdaily.com/detoxification-diet/grapes.htm
http://www.grapeseedextract.com/

References:
1. Bagchi D, et al. Oxygen Free Radical Scavenging Abilities of Vitamins C and E, and a Grape Seed Proanthocyanidin Extract in Vitro. Res Commun Mol Pathol Pharmacol. 1997;95(2):179-89.
2. Maffei Facino R, et al. Regeneration of Endogenous Antioxidants, Ascorbic Acid, Alpha Tocopherol, by the Oligomeric Procyanide Fraction of Vitus vinifera L:ESR Study. Boll Chim Farm. 1997;136(4):340-44.
3. Fine AM. Oligomeric Proanthocyanidin Complexes: History, Structure, and Phytopharmaceutical Applications. Altern Med Rev. Apr2000;5(2):144-51.
4. Das DK, Sato M, Ray PS, et al. Cardioprotection of Red Wine: Role of Polyphenolic Antioxidants. Drugs Exp Clin Res. 1999;25(2-3):115-20.
5. Bombardelli E, Morazzoni P. Vitis vinifera, L. Fitoterapia. 1995;66(4):291-317.
6. Fauconneau B, et al. Comparative Study of Radical Scavenger and Antioxidant Properties of Phenolic Compounds from Vitis vinifera Cell Cultures Using in Vitro Tests. Life Sci. 1997;61(21):103-10.
7. Frankel EN, et al. Inhibition of Oxidation of Human Low-density Lipoprotein by Phenolic Substances in Red Wine. Lancet. 1993;341(8843):454-57.
8. Jonadet M, et al. Anthocyanosides Extracted from Vitis vinifera, Vaccinium myrtillus and Pinus maritimus. I. Elastase-inhibiting Activities in Vitro. II. Compared Angioprotective Activities in Vivo. J Pharm Belg. 1983;38(1):41-46.
9. Baruch J. Effect of Endotelon in Postoperative Edema. Results of a Double-blind Study Versus Placebo in 32 Female Patients. Ann Chir Plast Esthet. 1984;29(4):393-5.
10. Zafirov D, Bredy-Dobreva G, Litchev V, et al. Antiexudative and Capillaritonic Effects of Procyanidines Isolated from Grape Seeds (V. Vinifera). Acta Physiol Pharmacol Bulg. 1990;16(3):50-4.
11. Blazso G, Gabor M. Oedema-inhibiting Effect of Procyanidin. Acta Physiol Acad Sci Hung. 1980;56(2):235-40.
12. Thebaut JF, Thebaut P, Vin F. Study of Endotelon in Functional Manifestations of Peripheral Venous Insufficiency. Gaz Med France. 1985;92:96-100.
13. Chang WC, et al. Inhibition of Platelet Aggregation and Arachidonate Metabolism in Platelets by Procyanidins. Prostaglandins Leukot Essent Fatty Acids. Dec1989;38(3):181-88.
14. Robert L, et al. The Effect of Procyanidolic Oligomers on Vascular Permeability. A Study Using Quantitative Morphology. Pathol Biol. (Paris). 1990;38(6):608-16.
15. Zafirov D, et al. Antiexudative and Capillaritonic Effects of Procyanidines Isolated from Grape Seeds (V. vinifera). Acta Physiol Pharmacol Bulg. 1990;16(3):50-54.
16. Lagrue G, et al. A Study of the Effects of Procyanidol Oligomers on Capillary Resistance in Hypertension and in Certain Nephropathies. Sem Hop. 1981;57(33-36):1399-1401.
17. Fitzpatrick DF, et al. Endothelium-dependent Vasorelaxing Activity of Wine and Other Grape Products. Am J Physiol. 1993;265(2 Pt 2):H774-H778.
18. Natella F, Belelli F, Gentili V, Ursini F, Scaccini C. Grape seed proanthocyanidins prevent plasma postprandial oxidative stress in humans. J Agric Food Chem. Dec2002;50(26):7720-5.
19. Vigna GB, et al. Effect of a standardized grape seed extract on low-density lipoprotein susceptibility to oxidation in heavy smokers. Metabolism. 2003 Oct;52(10):1250-7.
20. Barracchini A, Franceschini N, Filippello M, et al. Leukocyanidines and Collagenases: In Vitro Enzyme Inhibition Activity. Clin Ter. Jul1999;150(4):275-8.
21. Ye X, Krohn RL, Liu W, et al. The Cytotoxic Effects of a Novel IH636 Grape Seed Proanthocyanidin Extract on Cultured Human Cancer Cells. Mol Cell Biochem. Jun1999;196(1-2):99-108.
22. Castillo J, Benavente-Garcia O, Lorente J, et al. Antioxidant Activity and Radioprotective Effects Against Chromosomal Damage Induced In Vivo by X-rays of Flavan-3-ols (Procyanidins) from Grape Seeds (Vitis vinifera): Comparative Study Versus Other Phenolic and Organic Compounds. J Agric Food Chem. May2000;48(5):1738-45.
23. Ray SD, Kumar MA, Bagchi D. A Novel Proanthocyanidin IH636 Grape Seed Extract Increases In Vivo Bcl-XL Expression and Prevents Acetaminophen-induced Programmed and Unprogrammed Cell Death in Mouse Liver. Arch Biochem Biophys. Sep1999;369(1):42-58.
24. Maffei Facino R, et al. Procyanidines from Vitis vinifera Seeds Protect Rabbit Heart from Ischemia/Reperfusion Injury: Antioxidant Intervention and/or Iron and Copper Sequestering Ability. Planta Med. 1996;62(6):495-502.

 

Copyright © 2010 Complete-Pharma.com. All Rights Reserved