กระดูก, ข้อต่อกระดูก | BONES, JOINTS



INGREDIENTS | ส่วนผสม


Collagen type II
คอลลาเจน ไทพ์ทู
Glucosamine sulfate
กลูโคซามีนซัลเฟต
Chondroitin sulfate
คอนโดรอิทินซัลเฟต
Fish collagen
คอลลาเจนจากปลา
L-Proline | แอล-โปรลิน
L-Lysine | แอล-ไลซิน
Omega-3 powder
กรดไขมันโอเมกา-3
Shark cartilage powder
กระดูกอ่อนปลาฉลามผง
Green shell mussel powder
เปลือกหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์
Calcium (Ca) | แคลเซียม
Magnesium (Mg) | แมกนีเซียม
Copper (Cu) | คอปเปอร์
Selenium (Se) | ซีลีเนียม
Acerola cherry | อะเซโรล่าเชอร์รี่
Black pepper | พริกไทยดำ
Ginger | ขิง
Ginkgo biloba | ใบแป๊ะก๊วย
Grape seed | เมล็ดองุ่น
Resveratrol | เรสเวอราทรอล
Green tea | ชาเขียว
Horsetail | ฮอสเทล
Pine bark | เปลือกสน
Turmeric | ขมิ้น
Vitamin B6 | วิตามิน บี6
Vitamin C | วิตามิน ซี
Vitamin D3 | วิตามิน ดี3
Fructooligosaccharides
ฟลุกโตโอลิโกแซ็คคาร์ไรด์
Lecithin / เลซิตินจากถั่วเหลือง

ระบบกระดูก (The skeletal system) เป็นระบบที่ประกอบด้วย กระดูก กระดูกอ่อน
ข้อต่อ และเอ็นเชื่อมกระดูก กระดูกนับเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย กระดูกในร่างกายมีรูปร่าง
ต่าง ๆ กันแต่มีส่วนประกอบและความแข็งแรงทนทานเหมือนๆกัน กระดูกแต่ละท่อนหรือแต่ละข้อจะ
เชื่อมต่อกันด้วยเอ็นเชื่อมกระดูกบริเวณข้อต่อ ซึ่งจะช่วยให้กระดูกยืดหยุ่นและทำให้ส่วนต่างๆ
ของร่างกายเคลื่อนไหวได้สะดวก

ความสำคัญของกระดูก
- เป็นโครงร่างของร่างกายทำให้ร่างกายคงรูปอยู่ได้
- ป้องกันอันตรายให้แก่อวัยวะที่สำคัญ เช่น สมอง ไขสันหลัง หัวใจ ปอด ตับ
- เป็นที่ยึดของกล้ามเนื้อ การคลื่อนไหวได้เป็นผลมาจากการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อที่ยึดติด
กับกระดูก
กระดูกในร่างกายที่เจริญเติบโตเต็มที่จะมีจำนวน 206 ชิ้น ซึ่งสามารถจำแนกกระดูกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ
1. กระดูกแกน (Axial skeleton)คือกระดูกที่เป็นแกนกลางของลำตัวมี 80 ชิ้นประกอบด้วย
กะโหลกศีรษะ 29 ชิ้น มีหน้าที่ห่อหุ้มและสมอง กระดูกสันหลัง 26 ชิ้น เป็นส่วนของกระดูกแกนที่ช่วยค้ำจุน
และรองรับน้ำหนักของร่างกายและกระดูกทรวงอกซึ่งประกอบด้วยกระดูกหน้าอก 1 ชิ้นและกระดูกซี่โครงอีก
12 คู่ ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยในการหายใจและป้องกันอันตรายให้กับอวัยวะทภายในเช่น ปอด หัวใจและอวัยวะอื่น
2. กระดูกรยางค์ (Appendicle skeleton)คือ กระดูกที่นอกเหนือไปจากกระดูกลำตัว
มีอยู่ 126 ชิ้น ประกอบด้วยกระดูกแขน 64 ชิ้น กระดูกขา 62 ชิ้น กระดูกแขนจะทำหน้าที่เป็นฐาน
เชื่อมโยงกับกระดูกส่วนอื่นๆ ส่วนกระดูกขาซึ่งเป็นกระดูกที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงมากจะทำหน้าที่รับ
น้ำหนักของร่างกายข้อต่อ (Joint) หมายถึง บริเวณที่กระดูกตั้งแต่สองชิ้นขึ้นไปมีการติดต่อกัน
ทำให้กระดูกมีการทำงานร่วมกันเป็นระบบเพื่อการค้ำจุนปกป้องร่างกายและการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ
ที่เหมาะสม ข้อต่อในร่างกายมนุษย์มีหลายแบบ และสามารถจัดจำแนกได้ตามลักษณะโครงสร้าง
และคุณสมบัติในการเคลื่อนไหว

ชนิดของข้อต่อ มีหลายชนิด มีดังนี้
1. ข้อต่อแบบสไลด์ (Gliding joint) ได้แก่ ข้อต่อของกระดูกข้อมือ ข้อเท้าและ
กระดูกสันหลังเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้บ้างแต่ไม่มากนัก คล้ายกับงูเลื้อย
2. ข้อต่อแบบบานพับ (Hinge joint) ได้แก่ ข้อต่อที่เข่า ข้อต่อที่ข้อศอกระหว่างปลาย
กระดูกต้นแขนกับโคนกระดูก ulna ซึ่งเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากกว่าชนิดแรกและเคลื่อนไหวได้
ในแนวเดียวคล้ายบานพับ
3. ข้อต่อแบบเดือย (Privot joint) ได้แก่ ข้อต่อของ axis และ atlas
เป็นข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวทำให้ศีรษะหมุนจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ (หันซ้ายไปขวา หันขวาไปซ้ายได้)
และข้อต่อระหว่างหัวของกระดูก radius กับปลายกระดูกต้นแขน
4. ข้อต่อแบบลูกกลมในเบ้า (Ball and shocket joint) ได้แก่ ข้อต่อระหว่างหัวของ
กระดูกต้นแขนกับกระดูกสะบักและระหว่างหัวของกระดูกต้นขากับกระดูกเชิงกรานซึ่งเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหว
ได้หลายทิศทางและเคลื่อนที่ได้คล่องมาก

โรคกระดูกและข้อต่อที่พบได้บ่อย มีดังนี้
1. โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) คือโรคของข้อที่เกิดกับกระดูกอ่อน cartilage
และเยื่อหุ้มข้อ ทำให้มีการสร้างเนื้อเยื่อจำนวนมาก โดยมากจะเกิดบริเวณข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อกระดูกต้นคอ
ข้อกระดูกหลัง
ปกติข้อของคน ะมีกระดูกอ่อนหุ้มอยู่ปลายกระดูก ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อราบรื่น กระดูกอ่อนสามารถรับ
แรงกระแทกจากกระดูก ผู้ที่เกิดกระดูกเสื่อม กระดูกอ่อนที่หุ้มข้อสึกและบางลง ทำให้เกิดการเสียดสีของกระดูก
เมื่อเวลาเคลื่อนไหว จะเกิดอาการ ปวด บวม แดง ร้อน เมื่อเวลาผ่านไป จะมีการงอกของหินปูนเข้าไปในข้อ
และมีเศษกระดูกลอยในข้อ ทำให้เกิดอาการปวดข้อ และเคลื่อนไหวลำบาก
2. โรคเก๊าท์ (Gout) โรคข้ออักเสบเฉียบพลันที่พบได้บ่อยที่สุดในมนุษย์ โรคนี้เกิดจากความผิดปกติ
ในขบวนการเมตะบอลิสซั่มของกรดยูริกในร่างกายทำให้กรดยูริกในเลือดมีค่าสูงกว่าปกติ เกิดการตกตะกอน
เป็นผลึกเกลือยูเรตสะสมในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะข้อและไต
3. โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ Rheumatoid arthritis)เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากระบบ
ภูมิคุ้มกันทำลายข้อตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบของข้อ เนื้อเยื่อรอบข้อ
4. โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis and Osteopenia)คือภาวะที่กระดูกสูญเสีย
เนื้อกระดูก และโครงสร้างของกระดูกผิดไป ทำให้กระดูกมีความเปราะบาง เกิดการหักได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูก
ข้อสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือ เนื้อกระดูกจะมีรูพรุนเหมือนฟองน้ำผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นมากกว่า
ชาย และสามารถป้องกันได้
5. โรคข้อเข่าเสื่อม(Osteoarthritis of the knee)เป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งาน
มาเป็นเวลานาน เกิดการเสื่อมของข้อ ทำให้มีการงอกของกระดูกเวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของข้อเข่า
โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุทำให้เกิดความทรมานแก่ผู้สูงอายุได้ คุณภาพชีวิตที่ไม่ดีและทำให้โรคอื่นๆ
กำเริบ เช่นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เนื่องจากออกกำลังไม่ได้

สาเหตุที่เกิดโรคกระดูกและข้อต่อ มีดังนี้
1. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอ
2. มีความผิดปกติของกระดูกสันหลังและโครงสร้าง เช่น กระดูกสันหลังโค้งงอ หรือกระดูกสันหลัง
เคลื่อนที่เกยกัน
3. น้ำหนักตัวมาก หรือคนอ้วน ถ้ามีน้ำหนักมากเท่าไหร่ ข้อต่าง ๆ ในร่างกายก็ยิ่งต้องรับภาระมากเท่านั้น
โดยเฉพาะข้อเข่า สะโพก และ หลัง
4. อายุและเพศ โดยเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของกระดูกอ่อนก็ลดลง นอกจากนี้
ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มของการเกิดข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าผู้ชายที่อายุเท่ากัน
5.กระดูกและข้อที่ได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา หรือจากการทำงาน

วิธีการดูแลป้องกันโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ มีดังนี้
1. การควบคุมน้ำหนัก โดยการออกการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น ว่ายน้ำ
การเดินในน้ำ เดิน หรือปั่นจักรยาน (ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง)
2. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น นั่งหลังงอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงาน
หรือนั่งขับรถ หรือยกของหนักผิดท่า เช่น การยกของหนักแล้วมีการบิดเอี้ยวตัว
3. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดีหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยเสริมสร้าง
และบำรุงกระดูกให้แข็งแรง

บริการด้าน OEM | OEM SERVICE

- สินค้ามีเลขอย.เรียบร้อยแล้ว
- ตรวจสอบเลขอย.ได้โดย คลิก คลิกที่นี่
คลิ๊กที่เลขอย.
คลิ๊กที่ตัวเลขทั้งหมด 13 หลัก กด OK
จากนั้นกรอกข้อมูลตามรูปแบบ
คลิ๊ก Search
- กรณีลูกค้าต้องการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ สามารถกระทำได้
- กรณีลูกค้าที่สั่งรายการใดไปแล้ว รายการนั้นจะเป็นของลูกค้าเพียงแต่ผู้เดียว
(1 สูตร 1 ผลิภัณฑ์ ต่อลูกค้า 1 รายเท่านั้น)
- ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสั่งผลิต OEM

Copyright © 2010 Complete-Pharma.com. All Rights Reserved